โดย น.อ.นิวัติ  เนียมพลอย

โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่น ๓๗

B.Sc.in Command, Control & Communication and Information System, RMCS.

M.Sc.in Information Security, RHUL.

                ตามที่สำนักงานการปรับปรุงกำลังทหาร (Office of Force Transformation) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่เอกสารการประยุกต์ใช้งานการสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (The Implementation of Network-Centric Warfare) โดยเสนอว่าความขัดแย้งสามารถถูกกำหนดให้อยู่ใน ๔ กรอบใหญ่ (Domain of Conflict) ได้แก่ กรอบสังคม (Social Domain), กรอบความคิด(Cognitive Domain), กรอบข้อมูลข่าวสาร (Information Domain) และกรอบทางกายภาพ (Physical Domain) ทั้งนี้ได้ชี้ให้เห็นว่า การสงครามในยุคข้อมูลข่าวสาร (Information Age Warfare) นั้นเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในทุก ๆ กรอบ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง Network Centric Warfare (NCW) [1].

Information Age

รูปที่ ๑. กรอบของความขัดแย้ง (Domains of Conflict)

ปัจจุบัน กำลังพลทางทหารมีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารในหลายแง่มุม โดยในภารกิจของหน่วยงานหรือองค์กรอาจเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร เป็นวัตถุประสงค์เฉพาะหรือนโยบายของหน่วยงานหรือเหล่าทัพ ในยุคการทหารสมัยใหม่ การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เป็นส่วนสำคัญที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ในกระบวนการทำงานตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ลงไปจนถึงระดับยุทธวิธี ทั้งนี้จะพบว่ามีกิจกรรมหรือองค์ประกอบหลายประการที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันกับกรอบการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร เช่น การบัญชาการและควบคุม (Command and Control: C2), การสงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare: IW), การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare: EW), การปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network Operations: CNO) เป็นต้น ดังนั้น  ความสัมพันธ์ทั้งหลายระหว่างองค์ประกอบเหล่านี้ควรได้รับการศึกษาและสร้างความเข้าใจให้กับกำลังพลในการทำงานของตนเอง รวมทั้งเพื่อการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ที่จะนำองค์กรไปสู่วัตถุประสงค์ต่าง ๆ ร่วมกัน

๑. การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations)

อ้างอิง  Joint Publication 3-13 Information Operations 27 November 2012, ข้อมูลข่าวสารเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะมีอิทธิพล ขัดขวาง ทำลาย หรือช่วงชิงขีดความสามารถในการตัดสินใจ และแบ่งปันผลของการตัดสินใจของศัตรู

“… the information is a power tools to influence, disrupt, corrupt, or usurp an adversary’s ability to make and share decisions.” [2]

สำหรับกรอบข้อมูลข่าวสารปัจจุบัน การเอาชนะในสงครามสามารถทำได้โดยการควบคุมการตัดสินใจของศัตรูเป็นหลัก การปฏิบัติการในมิติของข้อมูลข่าวสารจึงเป็นองค์ประกอบหลักในการสงครามยุคใหม่ นอกจากนี้ Joint Publication 3-13 Information Operations 27 November 2012 Incorporating Change 1, 20 November 2014  ได้กำหนดให้ข้อมูลข่าวสารเป็นเครื่องมือของพลังอำนาจชองชาติ ในการใช้ต่อสู้และรับมือกับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ รอบโลก ซึ่งการใช้เครื่องมือเหล่านี้ในสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสารจะต้องการความสามารถในการรับ-ส่ง, เก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลข่าวสารในเวลาที่ใกล้เคียงกับเวลาจริง (Near Real Time) ด้วยความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ฝ่ายศัตรูมีความตื่นตัวอย่างมีนัยสำคัญในการใช้เทคโนโลยี และใช้ขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารเช่นกัน เพื่อสร้างความได้เปรียบในสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสาร เช่นเดียวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความได้เปรียบในสภาพแวดล้อมด้านยุทธการ

“The instruments of national power (diplomatic, informational, military, and economic) provide leaders in the US with the means and ways of dealing with crises around the world. Employing these means in the information environment requires the ability to securely transmit, receive, store, and process information in near real time.” [2-1]

๑.๑ สภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสาร (Information Environment)

สภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสาร คือ การรวบรวมผสมผสานของบุคคล, องค์กร และระบบที่จะเก็บรวบรวม, ประมวลผล, แจกจ่าย และกระทำต่อข้อมูลข่าวสาร สภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสารประกอบไปด้วยมิติที่เกี่ยวข้องกันสามมิติที่เกี่ยวข้องกับบุคคล, องค์กร และระบบ มิติทั้งสามนี้ ได้แก่ มิติทางกายภาพ (Physical Dimension), มิติทางข้อมูลข่าวสาร (Informational Dimension), และมิติทางกระบวนความคิด (Cognitive Dimension)

๑.๑.๑ มิติทางกายภาพ (Physical Dimension) มิติทางกายภาพประกอบด้วย ระบบบัญชาการและควบคุม, ผู้ตัดสินใจหลัก, และโครงสร้างสาธารณูปโภคที่สนับสนุนต่าง ๆ ที่ทำให้บุคคลกรและองค์กรสร้างผลกระทบต่อเป้าหมายได้ มิติทางกายภาพนี้เป็นห้วงที่อุปกรณ์ทางกายภาพและเชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายการสื่อสาร ซึ่งไม่จำกัดอยู่เพียงมนุษย์ (human beings), อุปกรณ์ด้านการบัญชาการและควบคุม (C2 facilities), สื่อสิ่งพิมพ์ (newspapers & books), สถานีไมโครเวฟ (microwave towers), ชุดประมวลผลคอมพิวเตอร์ (computer processing unit), คอมพิวเตอร์พกพา (laptops), โทรศัพท์อัจฉริยะ (smart phones), หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง    ทั้งนี้ มิติทางกายภาพไม่จำกัดเพียงกระบวนการหรือระบบทางทหาร แต่ยังรวมไปถึงการเชื่อมต่อของชาติทางด้านเศรษฐกิจ และระบบภูมิศาสตร์ ดังนั้น มิติทางกายภาพจะเป็นสิ่งที่มีสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้คน (people), อุปกรณ์ (physical equipment), ระบบ (systems), และกระบวนการต่าง ๆ (processes) ที่ผู้บังคับบัญชา/ผู้นำ (Commander/Leader), ระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control System), ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System), ระบบสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic and Communication System), โครงสร้างสาธารณูปโภคสนับสนุน (Supportive Infrastructure), และกระบวนการตัดสินใจ (Decision Making Process) เป็นต้น

๑.๑.๒  มิติทางข้อมูลข่าวสาร (The Information Dimension) องค์ประกอบของมิติทางข้อมูลข่าวสารนอกจากเนื้อหาของข้อมูลแล้วได้รวมถึงสถานที่และวิธีการที่ข้อมูลข่าวสารนั้นถูกรวบรวม ประมวลผล เก็บบันทึก เผยแพร่ และป้องกัน มิติทางข้อมูลข่าวสารนี้เป็นที่ซึ่งอยู่ในกรอบการปฏิบัติของการบัญชาการและควบคุมของกำลังทหาร และเป็นที่สร้างความชัดเจนของความตั้งใจของผู้บังคับบัญชาให้ปรากฏต่อกำลังทหาร ซึ่งกิจกรรมในมิตินี้มีผลกระทบต่อเนื้อหาและการไหลเวียนของข้อมูล อีกทั้งมิตินี้ยังมีความสัมพันธ์ต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร และการประเมิน, การจัดการ, การแจกจ่าย ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลข่าวสาร ซึ่งรวมถึงระเบียบปฏิบัติและกระบวนการข่าวกรอง โดยมีตัวอย่างขององค์ความรู้ที่ต้องถูกใช้ในมิตินี้ เช่น การข่าวกรอง (Intelligence), การสงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare), การรับประกันข้อมูลข่าวสาร (Information Assurance), การปฏิบัติการสนับสนุนข้อมูลข่าวสาร (Information Support Operation), การกระจายข้อมูล (Data Distribution), และการกำหนดเป้าหมาย (Targeting) เป็นต้น

       ๑.๑.๓  มิติทางกระบวนความคิด (The Cognitive Dimension)  มิติทางกระบวนความคิดนี้เป็นแหล่งของความคิดจิตสำนึกของผู้ที่ส่ง, รับ และสนองตอบหรือกระทำต่อข้อมูลข่าวสาร มิตินี้จะถูกอ้างถึงกิจกรรมการประมวลข้อมูล (Information Processing), การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (Information Perception), และการพิจารณา(Judgment) และการตัดสินตกลงใจ (Decision Making) ในสองระดับ คือ ระดับส่วนบุคคล (individual) และระดับกลุ่มหรือสังคม (Group/Social) องค์ประกอบเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยซึ่งรวมถึง ความเชื่อส่วนบุคคล, ความเชื่อทางวัฒนธรรม, บรรทัดฐาน, จุดด้อย, แรงกระตุ้น, อารมณ์, ประสบการณ์, ศีลธรรม, การศึกษา, สุขภาพจิต, ลักษณะเฉพาะตน และอุดมคติ ซึ่งการระบุปัจจัยที่มีอิทธิพลเหล่านี้ในสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำความเข้าใจในวิธีการที่สร้างผลกระทบที่ต้องการต่อจิตใจของผู้ตัดสินตกลงใจ  ดังนั้นมิตินี้ได้สร้างส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ที่จะมีผลกระทบต่อความเข้าใจ และการตัดสินใจของมนุษย์ในมิตินี้ เช่น การศึกษา (Education), ความเชื่อ (Believe), วัฒนธรรม (Culture), เรื่องราวสาธารณชน (Public Affair), กระบวนการคิด (Thinking Methods), การปฏิบัติการพลเรือน-ทหาร (Civil-Military Operation), และการลวงทางทหาร (Military Deception) เป็นต้น

IE&Activities

รูปที่ ๒. สภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสาร มิติและองค์ประกอบต่าง ๆ

 

๑.๒ ขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร (Information-Related Capabilities :IRC)

       ขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารถูกกำหนดให้เป็นเครื่องมือ เทคนิค และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ถูกใช้ภายในมิติของสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสาร ซึ่งสามารถนำไปสู่ความสำเร็จในวัตถุประสงค์ที่ต้องการ(Ends) ขีดความสามารถเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อความสามารถของกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience: TA) ที่จะเก็บรวบรวม ประมวลผล หรือแจกจ่ายข้อมูลข่าวสารก่อนและหลังจากที่ได้ถูกตัดสินใจไปแล้ว กลุ่มเป้าหมายอาจเป็นรายบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่ถูกเลือกสำหรับสร้างอิทธิพล และสามารถที่อาจจะเป็นพันธมิตร, หุ้นส่วนนานาชาติ, ศัตรู หรือผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเป็นศัตรู กองกำลังร่วมจะเป็นเสมือนเครื่องมือและทรัพยากร (Means) ในการใช้ขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร (IRC) เสมือนเป็นวิธีการ (Ways) ที่ส่งผลกระทบต่อข้อมูลข่าวสารที่ให้กับ หรือได้รับจากกลุ่มเป้าหมาย (TA) ภายในสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสาร ที่จะสร้างผลกระทบต่อการตัดสินตกลงใจ และการปฏิบัติต่าง ๆ ของศัตรูที่เกิดขึ้นในมิติทางกายภาพ

Application IRC

รูปที่ ๓. การนำขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร (IRC) ไปใช้ให้เกิดความสำเร็จ

         ผู้บังคับบัญชาจะใช้ขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร (IRC) ในการสร้างความได้เปรียบในสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสาร การนำขีดความสามารถ (IRC) เหล่านี้ได้รับการสนับสนุนโดยขีดความสามารถของการปฏิบัติการต่าง ๆ ได้แก่ การรักษาความปลอดภัยการปฏิบัติการ (Operations Security: OPSEC), การรับประกันข้อมูลข่าวสาร (Information Assurance: IA), การต่อต้านการลวง (Counter-Deception), การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Security), การสนับสนุนทางสงครามอิเล็กทรอนิกส์(EW support) และการป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Protection) ซึ่งขีดความสามารถเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งยวดในการดำเนินการ และการป้องกันการบัญชาการและควบคุม (C2) ของผู้บัญชาการทหาร โดยมีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่

๑.๒.๑ ข่าวสาร (Information) เป็นเนื้อหา หรือความหมายของข้อมูลที่เกิดจากการกระทำ

๑.๒.๒ ข้อมูล (Data) เป็นสัญญาณในการแปลความ เช่น ตัวอักษร หรือสัญญาณทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น   ที่สามารถลดความไม่แน่นอนหรือการมีสองนัยของเนื้อความ

๑.๒.๓ ความรู้ (Knowledge) เป็นข้อมูลข่าวสารในบริบทที่ทำให้เกิดการปฏิบัติโดยตรง ความรู้สามารถถูกแยกออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ

– ความรู้โดยตรง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถถูกถ่ายทอดผ่านตัวอักษร แผนผัง สูตร โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อต่าง ๆ

– ความรู้แฝง (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดผ่านตัวอักษร หรือสื่อต่าง ๆ ได้ เป็นทักษะต้องการการฝึกฝน เช่น ความชำนาญ และความถนัด เป็นต้น

๑.๒.๔ อิทธิพล (Influence) เป็นการกระทำ หรือพลังในการสร้างผลสัมฤทธิ์ที่ต้องการ หรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการ (End) ต่อกลุ่มเป้าหมาย (TA)

๑.๒.๕ เครื่องมือ (Means) เป็นทรัพยากรที่สามารถใช้งานได้ของรัฐบาล (National Government), องค์กรที่ไม่ใช้รัฐ (Non-nation Actor), หรือศัตรูในการแสวงหาวัตถุประสงค์ที่ต้องการของตนเอง

๑.๒.๖ แนวทาง (Ways) เป็นวิธีการประยุกต์ใช้งานเครื่องมือ (Means) หรือทรัพยากร เพื่อที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ (End) ซึ่งแนวทางต่าง ๆ นี้สามารถอยู่ในลักษณะการชักจูงโดยสมัครใจ หรือการบีบบังคับโดยใช้กำลัง

๑.๒.๗ ขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร (IRC) เป็นวิธีการ เครื่องมือ เทคนิค หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ใช้ข้อมูล ข่าวสาร หรือความรู้เพื่อสร้างผลกระทบ และสภาวะที่ต้องการด้านปฏิบัติการภายในมิติทั้งสามของสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลข่าวสาร ได้แก่ มิติทางกายภาพ, มิติทางข้อมูลข่าวสาร และมิติทางกระบวนความคิด

๑.๒.๘ กลุ่มเป้าหมาย (Target Audience: TA) เป็นบุคคลเป้าหมายทั้งรายบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่ถูกเลือกที่รับอิทธิพลที่สร้างขึ้นให้เกิดผลกระทบหรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

๑.๒.๘ วัตถุประสงค์ที่ต้องการ (End) เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาจากแนวทาง (Way) ในการประยุกต์ใช้ขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับข้อมลข่าวสาร (IRC)

 

๒. การประยุกต์ใช้การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO Application)

            กรอบการทำงานได้บรรยายถึงการนำไปใช้ การบูรณาการ และการประสานสอดคล้องของขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร ในการสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างผลกระทบที่ต้องการในการสนับสนุนความสำเร็จของวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ผู้บัญชาการทหารสามารถจัดตั้งนายทหารเสนาธิการฝ่ายปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO staff) เพื่อให้บังคับบัญชาและการประสานงานในภาพรวมกับทุกกรมฝ่ายเสนาธิการ และสนับสนุนโครงสร้างการจัดในทุกแง่มุมของการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร โดยผู้บัญชาการทหารส่วนใหญ่จะมีนายทหารเสนาธิการฝ่ายปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมในด้านนี้ ทั้งนี้เมื่อต้องมีการเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ความรับผิดชอบ ผู้บัญชาการทหารยังสามารถจัดตั้งชุดทำงานปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO Cell) เพื่อเพิ่มเติมความชำนาญและการประสานงานข้ามสายงาน และระหว่างองค์กร

การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเป็นมากกว่าความเป็นเจ้าของในขีดความสามารถส่วนบุคคล แต่เป็นการใช้ขีดความสามารถเหล่านั้นเพื่อเป็นการทวีกำลังในการสร้างผลกระทบที่ต้องการ ทั้งนี้มีขีดความสามารถทางทหารมากมายที่สนับสนุนการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร และควรนำไปพิจารณาในขั้นตอนการวางแผนทางทหาร  ขีดความสามารถเหล่านี้รวมถึง การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Communications: SC), การประสานงานร่วมระหว่างองค์กร (Joint Interagency Coordination Group), กิจการสาธารณะ (Public Affairs), การปฏิบัติการพลเรือน-ทหาร (Civil-Military Operations), การปฏิบัติการไซเบอร์ (Cyberspace Operations: CO), การรับประกันข้อมูลข่าวสาร (Information Assurance), การปฏิบัติการอวกาศ (Space Operations), การปฏิบัติการสนับสนุนข่าวสารทางทหาร (Military Information Support Operations: MISO), การข่างกรอง, การลวงทางทหาร (Military Deception), การรักษาความปลอดภัยการปฏิบัติการ (Operations Security), การปฏิบัติการเทคนิคพิเศษ (Special Technical Operations), การปฏิบัติการทางคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าร่วม (Joint Electromagnetic Spectrum Operations), และการพบปะของผู้นำหลัก (Key Leader Engagement) นอกจาการนี้ยังมีกิจกรรมอื่นที่สามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ตามรูป ๔.

800px-IO_Integration_into_Joint_Operations_-_Notional

รูปที่ ๔. กิจกรรมการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร

 

๓. การสงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare: IW)

เดิมการสงครามข้อมูลข่าวสาร (IW) เป็นแนวความคิดของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ และการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศในการได้มาซึ่งความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือฝ่ายตรงข้าม การสงครามข้อมูลข่าวสารนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ด้านข้อมูลข่าวสาร, การรับประกันความเป็นเจ้าของข้อมูล, การแพร่กระจายของโฆษณาชวนเชื่อ หรือการเบี่ยงเบนข่าวสารเพื่อการลดทอนกำลังของข้าศึกและสาธารณะ, การลดคุณภาพของข้อมูลข่าวสาร และการปฏิเสธโอกาสในการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของกำลังฝ่ายตรงข้าม การสงครามข้อมูลข่าวสารนี้มีความใกล้เคียงกันสงครามจิตวิทยา [3] ในขณะที่นานาชาติใช้กรอบการปฏิบัติที่กว้างกว่านั้นในคำว่า การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีที่มุ่งไปยังแง่มุมของข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์มากขึ้น รวมทั้งการวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคม การวิเคราะห์การตัดสินใจ และแง่มุมของการบัญชาการและควบคุม ทั้งนี้อ้างอิงตามเอกสาร Joint Publication 3-13: Information Operations, 13 February 2006 คำว่า สงครามข้อมูลข่าวสาร (IW)ได้ถูกนำออกจากหลักนิยมการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ทั้งหมดแล้ว [4]

 

๔. การสงครามบัญชาการและควบคุม (Command and Control Warfare: C2W)

การสงครามบัญชาการและควบคุม (C2W) เป็นการประยุกต์ใช้งานการต่อสู้ในสงครามข้อมูลข่าวสาร สำหรับการปฏิบัติการทางทหารและการใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่หลากหลายในการโจมตี หรือป้องกันการบัญชาการและควบคุม

Command and Control Warfare (C2W) is a war fighting application of IW in military operations and employs various techniques and technologies to attack or protect command and control.” [5]

กห.สหรัฐฯ ได้ให้ความหมายของการสงครามบัญชาการและควบคุม ว่าเป็น การบูรณาการใช้งานการรักษาความปลอดภัยการปฏิบัติการ (Operations Security), การลวงทางทหาร (Military Deception), การปฏิบัติการจิตวิทยา (Psychological Operations), สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare), และการทำลายทางกายภาพ (Physical Destruction) เพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกันกับการข่าวกรอง การปฏิเสธข้อมูลข่าวสาร, การสร้างอิทธิพล, การด้อยค่า หรือการทำลายขีดความสามารถการบัญชาการและควบคุมของศัตรู ในขณะเดียวกันต้องป้องกันขีดความสามารถการบัญชาการและควบคุมของฝ่ายเดียวกันต่อการกระทำของศัตรูด้วย จึงทำให้การสงครามบัญชาการและควบคุม (C2W) แบ่งเป็น ๒ ลักษณะได้แก่ การปฏิบัติเชิงรุก และการปฏิบัติเชิงรับ ดังนี้

๔.๑ การโจมตีการบัญชาการและควบคุม (C2 Attack)

       เป็นการปฏิบัติเชิงรุก เพื่อลดทอนประสิทธิภาพการบัญชาการและควบคุมของกำลังศัตรูโดยการปฏิเสธข้อมูลข่าวสาร, การสร้างอิทธิพล, การบั่นทอน หรือการทำลายระบบบัญชาการและควบคุมของศัตรู

๔.๒ การป้องกันการบัญชาการและควบคุม (C2 Protect)

เป็นการปฏิบัติเชิงรับ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการบัญชาการและควบคุมของกำลังฝ่ายเราโดยการสร้างความได้เปรียบ หรือทำลายความพยายามของศัตรูในการปฏิเสธข้อมูลข่าวสาร, การสร้างอิทธิพล, การบั่นทอน หรือการทำลายระบบบัญชาการและควบคุมของฝ่ายเรา

c2-warfare

รูปที่ ๕. การสงครามการบัญชาการและควบคุม

การเปรียบเทียบมาตรการระหว่างการสงครามการบัญชาการและควบคุม (C2W) กับการสงครามข้อมูลข่าวสาร (IW) นั้นใกล้เคียงกันมาก ความแตกต่างมีเพียงการทำลายทางกายภาพของ C2W และการปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของ IW และหากเปรียบเทียบการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) พบว่ายังมีขีดความสามารถสนับสนุนที่เกี่ยวข้องในหลายด้านที่หายไม่ได้ถูกกล่าวไว้ใน C2W และ IW โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นขีดความสามารถส่วนใหญ่ที่มีผลกระทบเกี่ยวกับกรอบกระบวนความคิด

 

๕. การปฏิบัติการบนพื้นฐานของผลกระทบ (The Effects Based Operations: EBO)

“Operational Art translates the commander’s strategy into operational design, and, ultimately, tactical action, by integrating the key activities of all levels of war.”

JP 1-02, Dictionary of Military and Associated Term

ตามหลักยุทธศิลป์ แนวความคิดการปฏิบัติการบนพื้นฐานของผลกระทบสามารถนำไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ โดยมีการกำหนดสภาวะ/ผลลัพธ์/ผลกระทบ (End Stage) ที่ต้องการซึ่งได้มาโดยการดำเนินตามกิจ/หนทางปฏิบัติต่าง ๆ  Ways) ตามกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรและเครื่องมือ (Means) ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งแนวความคิดนี้เป็นยุทธศาสตร์เชิงความคิดที่ยอมรับในการปฏิบัติการทางทหารในปัจจุบัน ดังนั้นการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารจึงมีความสัมพันธ์และดำเนินการภายใต้แนวความคิดการปฏิบัติการบนพื้นฐานของผลกระทบนี้

ST-OA-EBO

รูปที่ ๖. ความสัมพันธ์ระหว่างยุทธศาสตร์ ยุทธศิลป์ และการปฏิบัติการบนพื้นฐานของผลกระทบ

การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เป็นหนึ่งในการทำงานที่สำคัญตามแนวความคิดการปฏิบัติการบนพื้นฐานของผลกระทบ (EBO) ซึ่งองค์ประกอบของ IO ถูกจัดให้อยู่ในรูปแบบของ EBO ได้ดังนี้

๕.๑ ผลกระทบ (Effects)

ผลกระทบสำหรับการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) คือ วัตถุประสงค์(Objectives) ที่ผู้บังคับบัญชาต้องการให้เกิดสามารถถูกกำหนดจากความตั้งใจของผู้บังคับบัญชา (Commander’s intent) ต่อกลุ่มเป้าหมาย (TA) ซึ่งรวมถึงพันธมิตร, หุ้นส่วนนานาชาติ, ศัตรู หรือผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเป็นศัตรู

๕.๒ กลไก (Mechanisms)

กลไกที่ใช้ในการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์  ซึ่งเป็นวิธีการบริหารจัดการทรัพยากร และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ กองกำลังร่วม (ผู้บังคับบัญชา, นายทหารเสนาธิการฝ่ายข้อมูลข่าวสาร, หน่วยงานปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร และกำลังทหารในการปฏิบัติการ) รวมทั้งยุทโธปกรณ์หลักต่าง ๆ

๕.๓ การกระทำ (Actions)

การประทำของการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) สามารถดำเนินการผ่านขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ (IRCs) ได้ ซึ่งอาจเป็นขีดความสามารถทางทหารทั้งหมดที่สนับสนุนกลไกการทำงาน รวมทั้งกิจกรรมด้านข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เช่น C2W, IW, EW และการสื่อสารทางยุทธศาสตร์(Strategic Communication: SC) เป็นต้น

EBO-IO

รูปที่ ๗. ความสัมพันธ์ระหว่าง EBO และ IO

๖. การสื่อสารทางยุทธศาสตร์ (Strategic Communication: SC)

            การสื่อสารทางยุทธศาสตร์ (SC) หมายถึง การสื่อสารที่พยายามกระจายข้อมูลโดยซึมซาบอย่างมีวาระ/นัยยะและแม่บทแบบแผน โดยทั่วไปแล้วแม่บทแบบแผนนี้จะเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของหน่วยงาน, การกระตุ้นให้ผู้คนดำเนินการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือการสนับสนุนแต่งตั้งทางกฎหมายเป็นการเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

“The Strategic Communications (SC) means infusing communications efforts with an agenda and a master plan. Typically, that master plan involves promoting the brand of an organization, urging people to do specific actions, or advocating particular legislation.” [6]

นอกจากนี้การสื่อสารทางยุทธศาสตร์ (SC) อาจหมายถึง การสื่อถึงแนวความคิด, กระบวนการ, หรือข้อมูลที่สามารถตอบสนองความต้องการในจุดมุ่งหมายทางยุทธศาสตร์ระยะไกลขององค์กร โดยการอำนวยความสะดวกของการวางแผนล่วงหน้า หรือการสื่อสารระยะไกล ซึ่งจะใช้เครือข่ายโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือยุทโธปกรณ์เครือข่ายเฉพาะในการประสานการปฏิบัติและกิจกรรมขององค์กรธุรกิจ, องค์กรไม่แสวงหากำไร, องค์กรธุรกิจการทหาร หรือหน่วยทางสู้รบและส่งกำลังบำรุง ทั้งนี้การสื่อสารทางยุทธศาสตร์ อาจหมายถึง การทำงานที่เกี่ยวข้องภายในหน่วยงานที่รองรับกระบวกการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกขององค์กร [7]

อย่างไรก็ตาม NATO ได้ยอมรับนโยบายการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ และให้คำจำกัดความว่าเป็นการประสานงานและความเหมาะสมในกิจกรรมด้านการสื่อสารขีดและการใช้ขีดความสามารถของ NATO – ในการทูตสาธารณะ, ความสัมพันธ์ทางทหารกับสาธารณะ, การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร และการปฏิบัติการจิตวิทยาอย่างเหมาะสม – ในการสนับสนุนนโยบาย, การปฏิบัติการ, กิจกรรมต่าง ๆ ของพันธมิตร และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ NATO

….Strategic Communication as “the coordinated and appropriate use of NATO communications activities and capabilities – Public Diplomacy, Military Public Affairs, Information Operations and Psychological Operations, as appropriate – in support of alliance policies, operations and activities, and in order to advance NATO’s aims”…

NATO Policy on Strategic Communication

การสื่อสารทางยุทธศาสตร์ (SC) ได้อ้างถึงความพยายามของรัฐบาลสหรัฐในการทำความเข้าใจและการปฏิบัติต่อกลุ่มเป้าหมายหลักในการสร้าง, เสริมความเข้มแข็ง หรือการรักษาสภาวะที่เกื้อกูลต่อความก้าวหน้าของผลประโยชน์, นโยบาย, วัตถุประสงค์ของรัฐบาลสหรัฐตลอดการใช้การประสานงานของโครงการ, แผนงาน, สาระสำคัญ, ข้อความและผลลัพธ์ที่ประสานสอดคล้องกันกับพลังที่ได้จากเครื่องมือของพลังอำนาจของชาติ (ได้แก่ การทูต, ข้อมูลข่าวสาร, การทหาร และเศรษฐกิจ) ซึ่งกองทัพสหรัฐมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ โดยใช้การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO), กิจการสาธารณะ (PA), และกลาโหมสนับสนุนต่อการทูตสาธารณะ (Defense Support Public Diplomacy: DSPD) ดังนั้นการพิจารณาด้านการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ (SC) ควรรวมอยู่ในการวางแผนปฏิบัติการทางทหารในทุกโอกาสตั้งแต่ในยามสงบจนถึงในการปฏิบัติการขนาดใหญ่ [8]

จากร่างเอกสารหลักนิยมของกองบัญชาการกองทัพไทยสำหรับการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ (SC) กับการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) และกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งสามารถกำหนดขีดความสามารถที่ต้องการของ SC ในการสนับสนุนให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร ขีดความสามารถที่ต้องการของ SC ได้แก่

๖.๑  ขีดความสามารถหลักของ SC

๖.๑.๑  ทางเลือกการป้องปรามที่อ่อนตัว (Flexible Deterrence Options : FDO)

ทางเลือกการป้องปรามที่อ่อนตัว (FDO) นี้ถูกพัฒนาสำหรับใช้เป็นเครื่องมือแต่ละอย่างของพลังอำนาจของชาติ เป็นการปฏิบัติที่ได้ถูกวางแผนล่วงหน้าไว้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องปราม ส่งสัญญาณของความเป็นธรรมของฝ่ายเรา และสร้างอิทธิพลต่อการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้าม จุดประสงค์พื้นฐานคือ การนำประเด็นไปสู่การแก้ไขปัญหาโดยเร็ว และไม่ให้มีการขัดแย้งกันด้วยอาวุธ โดยการส่งข้อความที่เหมาะสมไปยังฝ่ายต่าง ๆ ของคู่พิพาท ทั้งนี้ยังเป็นการเลือกวางที่ตั้งกำลังรบของฝ่ายเราในลักษณะที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติของแผนยุทธการ หรือคำสั่งยุทธการในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสู้รบได้ [9]

๖.๑.๒ การแสดงกำลัง (Show of Forces)

การแสดงกำลังเป็นการปฏิบัติที่แสดงการแก้ไขปัญหาของชาติ รวมถึงการปรากฏของกำลังทหารที่น่าเชื่อถือ ในความพยายามที่จะผ่อนคลายสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของชาติ การปฏิบัติเหล่านี้ยังรวมถึงการใช้กำลังทหารเข้าร่วมปฏิบัติการในกองกำลังผสมนานาชาติตามอาณัติของสหประชาชาติ ซึ่งจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ เพิ่มขยายอิทธิพลในภูมิภาค รวมทั้งเริมความเชื่อมั่นให้กับกำลังทหารของฝ่ายเราและพันธมิตร นอกจากนี้ กำลังรบที่ใช้ในการแสดงกำลังนี้ยังมีขีดความสามารถของทางเลือกการป้องปรามที่อ่อนตัว (FDO) และการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ไปสู่การใช้กำลังตอบโต้วิกฤตกาล หรือกิจกรรมภาวะเผชิญเหตุที่จำกัด [10]

๖.๑.๓ ข่าวสารทางทัศนะ (Visual Information: VI)

ข่าวสารทางทัศนะ(VI) เป็นการนำเสนอข้อมูลในสื่อที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นต่าง ๆ โดยทั่วไปข่าวสารทางทัศนะประกอบด้วย การถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ศิลปะกราฟิก อุปกรณ์ช่วยในการเห็น แบบ การแสดงและเครื่องฉายภาพทึบแสง เป็นต้น โดยปกติข่าวสารทัศนะจะทำงานร่วมกับเนื้อหาเพื่อที่จะเน้นการส่ง และการเก็บรักษาข้อมูลจากตัวอักษรหรือคำพูดไปยังกลุ่มผู้รับข้อมูล (ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือกลุ่มผู้ฟัง) ซึ่งสามารถสร้างความสนใจและความตั้งใจในการรับข้อมูลในการนำเสนอได้มากขึ้นเป็นอย่างมีนัยสำคัญ [11]

ภาพถ่ายการรบ (Combat Camera: COMCAM) เป็นทรัพยากรที่สำคัญของวัตถุดิบที่ใช้ในข่าวสารทัศนะ (VI) ที่จะทำให้นักการเมือง ผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้นสามารถจิตนาการภาพของพื้นที่ปฏิบัติการได้โดยตรงเพื่อใช้ในการสนับสนุนการวางแผน และการปฏิบัติการทางทหาร

๖.๒  ขีดความสามารถสนับสนุนของ SC

นอกจากขีดความสารถหลักของ การสื่อสารทางยุทธศาสตร์(SC) ได้แก่ ทางเลือกการป้องปรามที่อ่อนตัว (FDO), การแสดงกำลัง และข่าวสารทางทัศนะ (VI) แล้งยังมีขีดความสามารถอื่น ๆที่สามารถใช้ในการสื่อสารทางยุทธศาสตร์รวมทั้งยุทธศาสตร์ด้านอื่น ๆ พร้อมกันไป ได้แก่

๖.๒.๑ การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO)

ขีดความสามารถของการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่สามารถสนับสนุน SC ได้แก่ สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW), การป้องกันเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (CND) ซึ่งในปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยการปฏิบัติการไซเบอร์ (Cyber Operations: CO), การปฏิบัติการจิตวิทยา (PSYOP), การรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ (OPSEC) และการลวงทางทหาร (MILDEC)

๖.๒.๒ การปฏิบัติการพลเรือน-ทหาร (CMO)

เป็นกิจกรรมของผู้บังคับบัญชาที่จัดตั้ง ดำรง สร้างอิทธิพล หรือใช้ประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างกำลังทหารกับองค์กรและเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนของทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชนทั่วไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะปฏิบัติในขอบเขตของการปฏิบัติการทางทหารเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลักจากความขัดแย้ง หรือการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยและภัยพิบัติ [12]

๖.๒.๓ กลาโหมสนับสนุนต่อการทูตสาธารณะ (DSPD)

การปฏิบัติการทางทหารที่สามารถสนับสนุนต่อการปฏิบัติทางการทูต ประกอบด้วยกิจกรรม และมาตรการที่ใช้โดยส่วนต่าง ๆ ของกระทรวงกลาโหม เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกต่อความพยายามทางการทูต เป็นความสามารถที่จะเข้าใจ ปฏิบัติ สร้างอิทธิพล และเผยแพร่ข่าวสารต่อเป้าหมายหลักต่างประเทศผ่านทางสื่อมวลชนและการปฏิบัติ ทำให้เกิดการเข้าใจถึงนโยบายของรัฐบาล และผลประโยชน์ของชาติ และเพื่อปรับสภาพแวดล้อมทางยุทธการก่อให้เกิดความร่วมมือต่าง ๆ

๖.๒.๔ กิจการสาธารณะ (PA)

เป็นการปฏิบัติหน้าที่พื้นฐาน ๓ ประการ ได้แก่ ประชาสนเทศ (Public Information),  ข่าวสารการบังคับบัญชา (Command Information) และกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ (Community Engagement Activities) โดยการวางแผน การวิเคราะห์ และการประเมิน เพื่อสนับสนุนเจตนารมณ์และแนวความคิดในการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา ที่มีบทบาทสำคัญในความพยายามของการสื่อสารทางยุทธศาสตร์

๖.๓  ขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับ SC

๖.๓.๑ สังคมออนไลน์ (Social Media)

เป็นโครงข่ายการสร้างสื่อสารมวลชนที่มีการตอบสนองทางสังคมได้หลายทิศทางเป็นโครงร่างทางสังคม และInternet ที่มีผู้ใช้งานเป็นตัวกลางในการกระจายข้อมูลอย่างรวดเร็ว เช่น Facebook, Myspace, Blog เป็นต้น ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่ง หรือมีผลต่อประสิทธิภาพของการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ได้

๖.๓.๒ การทำลายทางกายภาพ (Physical Destruction)

การกระทำต่อที่ตั้ง อุปกรณ์ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ย่อมส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถของ SC อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเป็นขีดความสามารถที่เกี่ยวข้อง และจำเป็นต้องพิจารณาในการวางแผนและการปฏิบัติการทางทหาร

SC & IO

รูปที่ ๘. ความสัมพันธ์ระหว่าง SC, IO และการปฏิบัติอื่น ๆ

 

๗. บทสรุป

สงครามยุคใหม่มีกิจกรรมทางทหารต่าง ๆ ในหลายมิติที่ต้องดำเนินการ การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญในการเอาชัยชนะของสงคราม การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเป็นการปฏิบัติการที่จำเป็นในทุกกรอบของความขัดแย้ง (กรอบทางสังคม, กรอบทางกระบวนความคิด, กรอบทางข้อมูลข่าวสาร และกรอบทางกายภาพ) ที่เกี่ยวข้องต่อการให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ (End) อย่างไรก็ตามการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอในการประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องมีการปฏิบัติหรือกิจกรรมอื่น ๆ (เช่น C2W, IW, EW และ SC เป็นต้น)ร่วมในการปฏิบัติการ สุดท้ายนี้ทุกหน่วยงานต้องตระหนักว่า ส่วนประกอบของการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารนั้นกระจายอยู่ในสภาพแวดล้อมทางข้อมูลข่าวสาร (IE) ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประกอบเหล่านั้นมีความอ่อนตัวและเปลี่ยนแปลงได้ตามสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ดังนั้นผู้บังคับบัญชาต้องเป็นผู้ประสานความร่วมมือในทุกกิจกรรมเพื่อให้ทุกหน่วยงานดำเนินการในเอกภาพของความพยายามร่วมกัน

IO Ends

รูปที่ ๙. The Information Operations Relationship in its Environment

———————————————————

 

 

References

[1]      The Implementation of Network-Centric Warfare, the Office of Force Transformation

[2]      The Joint Publication 3-13: Information Operations, 27 November 2012

[2-1] Joint Publication 3-13 Information Operations 27 November 2012 Incorporating Change 1, 20 November 2014

[3]     http://en.wikipedia.org/wiki/Information_warfare

[4]      The Joint Publication 3-13: Information Operations, 13 February 2006

[5]      The Joint Publication 3-13.1: Joint Doctrine for Command and Control Warfare (C2W), 7 February 1996

[6]      http://www.idea.org/blog/2011/03/16/what-is-strategic-communications

[7]      http://en.wikipedia.org/wiki/Strategic_communication

[8], [9]  The Joint Publication 5-0: Joint Operation Planning, 11 August 2011

[10]  http://www.globalsecurity.org/military/ops/fdo.htm

[11]  https://ocio.osu.edu/elearning/toolbox/brief/visual-information/

[12]  The Joint Publication 3-57: Civil-Military Operations, 11 September 2013