วงรอบการปฏิบัติของการสงครามอิเล็กทรอนิกส์

รูป ๑ วงรอบการปฏิบัติของการสงครามอิเล็กทรอนิกส์

การปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีความเกี่ยวข้องในหลายระดับ และสามารถแสดงเป็นวงรอบการปฏิบัติ(Operational Cycle) ได้ตามรูป ๑ ได้แก่
๑. ภารกิจ
ภารกิจหากมองจากจุดสูงสุดของการปฏิบัติของกองกำลัง (Force) จะมีภารกิจ (Mission) ในด้านการสงครามอิเล็กทรอนิกส์คือ ความสำเร็จในภารกิจที่ได้รับมอบหมายด้วยความปลอดภัย ภารกิจของการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ อาจแบ่งออกเป็น ๓ รูปแบบ คือ
๑.๑ ภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติ EW เช่น การทำลายหรือตัดรอนขีดความสามารถของระบบตรวจจับของข้าศึกด้วยการรบกวน (Jamming) หรือการทำลายด้วยจรวดต่อต้านเรดาห์ (Anti Radiation Missile) การลาดตระเวนทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการรวบรวมข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Support Measure: ESM)
๑.๒ ภารกิจที่สนับสนุนหน่วยอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากอาวุธของฝ่ายตรงข้าม เช่น การบินคุ้มกันทางอิเล็กทรอนิกส์ (Escort Jamming)
๑.๓ การปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์เพื่อป้องกันตัวเอง (Self-Protection Jamming)

๒. ภาพรวมของพื้นที่การรบ (ISTAR Picture)
ผลที่ได้ส่วนหนึ่งจากการปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์คือ ISTAR Picture ตามรูป ๒

รูป ๒ ISTAR Picture

ISTAR Picture เป็นภาพที่ได้จากการเชื่อมโยงปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ในพื้นที่การรบเข้าด้วยกัน ได้แก่ ภารกิจการข่าวกรอง (Intelligence), การตรวจการณ์ (Surveillance), การเลือกเป้าหมาย (Target Acquisition), และการลาดตระเวน (Reconnaissance) ซึ่งข้อมูลหรือภาพที่ได้นั้นจะช่วยกองกำลังที่ปฏิบัติภารกิจในการใช้เครื่องมือในการตรวจจับ และบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกรวมรวมมาได้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
ระบบ ISTAR ยังช่วยให้ผู้บัญชาการรบมีการระแวดระวังในสถานการณ์ (Situation Awareness) มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการตัดสินใจที่รอบคอบและถูกต้อง

๒. ข้อมูลดิบ (Source Data)
สำหรับการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์นั้น ข้อมูลดิบเป็นสิ่งจำเป็นในการผลิตและพัฒนามาตรการต่อต้านทางสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW Countermeasure) เป็นสิ่งที่มีค่าและหาได้ยาก เนื่องจากเป็นความรู้ที่สามารถทำให้ยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง หรือหมดประสิทธิภาพได้หากตกไปอยู่กับฝ่ายข้าศึก ดังนั้นข้อมูลหรือความรู้เหล่านี้จะถูกปกปิดเป็นความลับของประเทศ และมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี
ในขณะเดียวกันประเทศที่มีกี่ดำเนินการด้านการสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะต้องพยายามแสวงหาข้อมูลและความรู้เหล่านี้ทั้งของฝ่ายข้าศึกและฝ่ายเดียวกันให้มากที่สุด ตลอดเวลาทั้งในเวลาปกติ และเมื่อเกิดความขัดแย้งต่าง ๆ
สำหรับการแสวงหาข้อมูลดิบนั้นสามารถทำได้หลายวิธีโดยกรรมวิธีการข่าวกรอง ซึ่งในเชิงการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่า การสนับสนุนทางอิเล็กรอนิกส์ (Electronic Support: ES) หรือมาตรการสนับสนุนทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Support Measure: ESM)
ES เป็นมาตรการหลักหนึ่งในสามของมาตรการทางการสงครามอิเล็กทรอิกส์ เป็นกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของผู้บัญชาการรบ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรับ การดักรับฟัง การระบุ การหาตำแหน่งที่ตั้ง การบันทึก และวิเคราะห์แหล่งที่มาของการแพร่กระจายพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อใช้ในการระบุภัยคุกคามทางยุทธวิธี เช่น สัญญาณของเรดาห์ควบคุมการยิง หรือใช้ในการวางแผนระดับยุทธศาสตร์ วิธีการข่าวกรองทาง ES มี ๓ ประเภทหลัก คือ
๒.๑ การข่าวกรองทางสัญญาณ (Signal Intelligence: SIGINT) ประกอบไปด้วยการหาข่าวของ Communications Intelligence: COMINT, Electronic Intelligence: ELINT, และ Measurement and Signature Intelligence: MASINT

รูป ๓ EC-130 Compass Call

๒.๒ การข่าวกรองทางมนุษย์ (Human Intelligence: HUMINT) เป็นการข่าวกรองโดยใช้บุคลในการหาข่าวเช่น การใช้สายลับ และเจ้าหน้าที่ทางราชการ เป็นต้น เป็นการข่าวกรองที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด แต่มีความเสี่ยงมากที่สุดเช่นเดียวกัน

รูป ๔ ตัวอย่างสายลับที่โด่งดังไปทั่วโลก

๒.๓ การข่าวกรองทางภาพ (Imagery Intelligence: IMINT) เป็นการหาข่าวจากภาพถ่ายทั้งกล้องถ่ายรูปทั่วไป อุปกรณ์ถ่ายรูปทางยุทธวิธี (Long Range Oblique Photography System :LOROPS) รวมทั้งภาพถ่ายจากดาวเทียม ซึ่งสามารถทำงานได้ทั้งช่วงความถี่ของ Electro-Optic รวมทั้ง RADAR, IR และ UV

รูป ๕ ภาพที่ได้จาก LOROPS แบบต่าง ๆ

๓. แบบจำลองการปฏิบัติการ (Engagement Model)
เมื่อหน่วยที่รับผิดชอบในการผลิตและพัฒนามาตรการต่อต้านทางการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ได้รับข้อมูลและความรู้ของภัยคุกคามที่จะเป็นอันตรายต่ออากาศยานหรือผู้ปฏิบัติฝ่ายเรามากเพียงพอแล้ว จะทำแบบจำลองการปฏิบัติของอากาศยานของฝ่ายเราเมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามนั้น ๆ โดยเริ่มจากการสร้างแบบจำลองทั่วไป(Generic Model) ในระบบอาวุธรวมถึง Platform, Sensor และ Effectors ของภัยคุกคาม เพื่อนำมาตรวจสอบการทำงานโดยใช้โปรแกรมจำลองแบบ เช่น Simulator Software, Hardware in the Loop หรือการใช้อุปกรณ์ Simulator/Stimulator ในสนามทดสอบจริง

รูป ๖ การใช้โปรแกรม Engagement Simulator

๔. ข้อมูลจำเพาะ (Functional Specification)
เมื่อสามารถสร้างแบบจำลองระบบอาวุธของภัยคุมคามแล้ว จะเป็นการศึกษาในรายละเอียดที่มากขึ้นของระบบการทำงานของส่วนต่าง ๆ จนสามารถระบุข้อมูลจำเพาะของระบบอาวุธนั้น ๆ ได้ โดยอาจเป็นระบบอาวุธที่เคยศึกษามาแล้ว หรือเป็นระบบอาวุธใหม่ที่ค้นพบเป็นครั้งแรก ในการระบุข้อมูลจำเพาะนี้จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในระบบอาวุธเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะสามารถระบุจนถึงลักษณะเฉพาะของอาวุธแต่ละชิ้นในสายการผลิต และผู้ใช้งาน

๕. ข้อมูลสำหรับการปฏิบัติภารกิจ (Mission Data)
ในขั้นตอนนี้จะเป็นการพัฒนามาตรการต่อต้านทางสงครามอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะกำหนดตัวแปร (Parameters) ที่จะต้องตั้งค่าในอุปกรณ์ต่อต้านต่าง ๆ เช่น ข้อมูลใน Platform Library, ชนิดของ CM Technique ที่จะใช้งานใน Defensive Aids Suite: DAS, ระยะห่างของการปลด Chaff/Flare, ชนิดและตัวแปรของการส่งคลื่นรบกวน (Jamming) เป็นต้น ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปบันทึกไว้ในระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องก่อนนำการปฏิบัติภารกิจในแต่ละเที่ยวบิน และนำมาวิเคราะห์หลังการปฏิบัติเพื่อปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในภารกิจต่อไป โดยทั่วไปข้อมูลเหล่านี้ ถูกเรียกว่า Mission Data Set: MDS หรือ Pre-Flight Message: PFM
ขั้นตอนนี้จะเกี่ยวข้องกับการจัดการระบบฐานข้อมูลเป็นสำคัญ และสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนย่อย ๖ ขั้นตอนตามฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
๕.๑ ฐานข้อมูลหลักทางสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Master Electronic Warfare Database: MEWDB) เป็นฐานข้อมูลหลักในการดำเนินการด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ โดยทั่วไปแล้วจะใช้งานร่วมกันทุก ๆ เหล่าทัพ เพื่อรองรับการปฏิบัติการร่วมกัน และลดโอกาสในการยิงฝ่ายเดียวกัน (Blue-on-Blue) ในฐานข้อมูลนี้จะประกอบไปด้วยข้อมูลทั้งหมดที่พึงจะหาได้ในหัวข้อต่าง ๆดังนี้
– แหล่งกำเนิดคลื่น (Emitters) เช่น ศูนย์โทรคมนาคม, สถานีวิทยุ/โทรทัศน์/ดาวเทียม, โรงงาน และแหล่งกำเนิดอื่น ๆ
– พาหนะที่บรรทุก (Platforms) ได้แก่ อากาศยาน, เรือผิวน้ำ/ใต้น้ำ, ยานยนต์ และการนำพาโดยมนุษย์
– ระบบอาวุธ (Weapon Systems) ประกอบไปด้วย ระบบตรวจจับ จรวด/ปืน และข่ายการสื่อสาร
– ยุทธวิธี และมาตรการต่อต้าน (Tactics and Countermeasures) ได้แก่ เทคนิคการบิน (Technical Order: TO), และการใช้งานอุปกรณ์ต่อต้านต่าง ๆ เช่น Jammer, Chaff, Flare และ Maneuver เป็นต้น
– หลักนิยมต่าง ๆ (Doctrine) รวมทั้งแนวทางการปฏิบัติ และความเชื่อต่าง ๆที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายข้าศึก และฝ่ายเดียวกัน
– ข้อมูลของสิ่งแวดล้อม (Environment information) รวมถึง ลักษณะภูมิประเทศ สภาพอากาศ และอุณหภูมิ
๕.๒ ข้อมูลพื้นฐานของทางใช้อิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่การรบ (Electronic of Battle: EOB) เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ได้จากการสำรวจการใช้อิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่การรบ เพื่อสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่ใน MEWDS มาใช้งาน หรือทำการกำหนดความต้องการเพิ่มเติม หากยังไม่มีข้อมูลใน MEWDB
๕.๓ ฐานข้อมูลจำเพาะของอุปกรณ์ (Equipment Specific Database: ESDB) เป็นฐานข้อมูลย่อยที่กำหนดเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่การรบ โดยจะรวมถึงสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้
– แหล่งกำเนิดคลื่นที่สามารถตรวจจับได้
– ยานพาหนะ (Platform)ที่อาจต้องเข้าปฏิบัติ
– ระบบอาวุธที่จะพบหรือเป็นภัยคุกคาม
– มาตรการต่อต้านที่อาจถูกใช้งาน
ฐานข้อมูล ESDB นั้นจะระบุข้อมูลจำเพาะของระบบอาวุธและอุปกรณ์อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อการพัฒนามาตรการต่อต้านที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
๕.๔ ฐานข้อมูลจำเพาะของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจ (Mission Specific Database: MSDB) ในพื้นที่การรบนั้นอาจมีการปฏิบัติภารกิจหลายภารกิจ โดยหน่วยงานที่มีอุปกรณ์หลากหลาย ดังนั้นในแต่ละภารกิจจะกำหนด และรวบรวมข้อมูลจำเพาะของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจนั้น ๆ ไวใน MSDB เดียวกัน เพื่อความสะดวกในการปรับปรุงฐานข้อมูลของภารกิจ และเป็นการบริหารจัดการและใช้งานฐานข้อมูลเดียวกัน
๕.๕ ฐานข้อมูลสำหรับมาตรการการต่อต้าน (Countermeasure Database: CMDB) เมื่อสามารถกำหนด MSDB เรียบร้อยแล้ว ผู้เชี่ยวชาญใน EWOS Center ที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติภารกิจ จะใช้ฐานข้อมูล CMDB ที่มีอยู่ประยุกต์ใช้ในการป้องกัน Platform ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของมาตรการต่อต้านที่มีอยู่ และปรับปรุงให้ดียิ่งขั้นสำหรับภารกิจที่จะปฏิบัติต่อไป มาตรการใหม่ที่เกิดขึ้นจะถูกนำไปบันทึกหรือปรับปรุงใน CMDB
๕.๖ ชุดข้อมูลสำหรับการปฏิบัติภารกิจ (Mission Data Set: MDS) เมื่อได้ทดสอบมาตรการต่อต้านกับภัยคุกคามต่าง ๆ ที่คาดว่าจะพบในการปฏิบัติภารกิจแล้ว เจ้าหน้าที่จะรวมรวมข้อมูลและตัวแปรต่าง ๆ ที่จะต้องกำหนดในอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์บน Platform นั้น ข้อมูลและตัวแปรเล่านี้เรียกว่า MDS หรือ Pre-Flight Message: PFM เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อไป

๖. อุปกรณ์ทางสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Equipments)
เป็นขั้นตอนในการกำหนดค่าและการใช้งานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ทางการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เช่น EW Suit, EW Picture, Sensors รวมถึง ระบบการสื่อสารทางยุทธวิธี (Tactical Data Link: TDL)

รูป ๗ EWS-39 สำหรับ บ.Gripen 39 C/D

๗. การแสดงภาพทางยุทธวิธี (Tactical Picture)
เมื่อนำข้อมูลที่ได้จาก EW Picture, Sensors และISTAR Picture โดยผ่านระบบการสื่อสารทางยุทธวิธี (Tactical Data Link: TDL) มาประมวลผลเข้าด้วยกันโดย Data Fusion และแสดงผลในห้องนักบิน ซึ่งจะเรียกว่า Tactical Picture จะเป็นภาพแสดงข้อมูลที่จำเป็นในการดำเนินยุทธวิธีขณะนั้น รวมถึงสถานภาพของอากาศยาน ระบบอาวุธ ภัยคุกคาม ตลอดจนสิ่งแวดล้อมต่างที่นักบินจะต้องพิจารณาในการดำเนินกลยุทธ

รูป ๘ Tactical Picture ของ F-35

๘. การระมัดระวังในสถานการณ์ (Situation Awareness)
Situation awareness หรือ SA เป็นความสามารถในการรับรู้ส่วนประกอบต่าง ๆ ของสิ่งแวดล้อมภายในห้วงเวลา และบริเวณพื้นที่ รวมทั้งการทำความเข้าใจในความหมายองค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมที่ปรากฏ ตลอดจนสามารถนำไปสู่การทำนายสถานการณ์ที่อาจเป็นไปในอนาคตอันใกล้ได้อย่างถูกต้อง
SA จะเกี่ยวข้องกับการระวังสิ่งที่จะเกิดขึ้นรอบตัว และสามารถทำความเข้าใจผลกระทบจากข้อมูล เหตุการณ์ และการกระทำของตัวผู้ปฏิบัติ ที่กระทบต่อเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ทั้งมรปัจจุบันและอนาคต การขาด SA ที่ดี หรือมี SA ไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือความเสี่ยงต่าง ๆ จนนำไปสู่ความผิดพลาดที่เกิดจากปัจจัยมนุษย์ หรือ Human Error
ปัจจัยที่มีผลต่อ SA ได้แก่
• การฝึก (Training)
• การข่าวกรอง หรือ ข้อมูล (Intelligence/Information) ข้อมูลที่ได้รับจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ในปัจจัยนี้ได้จาก Tactical Picture ในขั้นตอนที่ผ่านมา
• สภาพร่างกายและจิตใจ (Conditions: physical and mental) สภาพหรือขีดความสามารถในการรับรู้ในขณะนั้น
หาก SA ถูกพัฒนามากขึ้นแล้ว ผู้ปฏิบัติสามารถขยายความสำเร็จไปยังองค์ประกอบอื่น ๆ ที่กว้างขึ้น โดยเริ่มจาก ตัวเอง อุปกรณ์ที่ใช้งาน ผู้ร่วมงาน และสิ่งแวดล้อม

รูป ๙ Mission Situation Awarness

๙. การป้องกัน Platform (Platform Protection)
การป้องกันเป็นขั้นตอนสำคัญในการปฏิบัติภารกิจ เพราะหากไม่สามารถป้องกันตนเองได้แล้ว ก็จะไม่สามารถทำภารกิจได้สำเร็จ ผู้ปฏิบัติต้องป้องกัน Platform ทั้งจากภัยคุกคาม (Threats) และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยก่อการปฏิบัติการ รวมทั้งการปฏิบัติที่ไม่ตั้งในของฝ่ายเดียวกัน จำเป็นต้องใช้ เทคนิคการต่อต้านทาง (EW Countermeasure techniques) ประกอบกับความสามารถด้านการบิน (Maneuverity) ในการสร้างยุทธวิธีในการต่อต้าน (EW Countermeasure Tactic) รวมทั้งต้องมี SA ที่ดีในการพิจารณาผลลัพธ์ที่จะตามมา ดังนั้นปัจจัยที่มีผลก่อความอยู่รอด ได้แก่
• มาตรการต่อต้าน (Countermeasure Techniques) รวมถึงอุปกรณ์ที่ติดตั้ง
• การฝึก (Training) รวมถึงการฝึกกับเครื่อง Simulator
• ขั้นตอนการปฏิบัติ(Procedure) ที่กำหนดไว้
• การออกแบบอากาศยาน(Design of Platform) จุดอ่อนที่มีต่อระบบอาวุธประเภทต่าง ๆ

รูป ๑๐ เครื่องฝึกจำลองของ L-39

เมื่อ Platform มีความปลอดภัย ผู้ปฏิบัติสามารถดำเนินการตามภารกิจให้ประสบความสำเร็จได้ตามที่วางแผนไว้ และวงรอบการปฏิบัติของการสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเมื่อได้รับภารกิจใหม่ โดยนำข้อมูลและบทเรียนที่ได้รับมาปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

———————————————————————