กล่าวนำ  

การเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) ประกอบด้วยเนื้อหา ๒ ส่วนใหญ่ คือ สารสนเทศ (Information) และเทคโนโลยี (Technology) ซึ่งได้ถูกพัฒนาขึ้นมากตามวิวัฒนาการของมนุษย์ ที่เริ่มจาก ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคเกษตรกรรม ยุคอุตสาหกรรม ยุคการบริการ และยุคข้อมูลข่าวสาร โดยที่ในแต่ละยุคนั้นคำนึงถึงปัจจัยความต้องการที่ต่างกัน 

 

ยุค  ช่วงเวลา  ปัจจัยความต้องการ
ก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนยุคเมโสโปเตเมีย (3100 BC) ความอยู่รอดและการรักษาเผ่าพันธุ์
เกษตรกรรม 3100 BC – 18th Century ที่ดินและแรงงาน
อุตสาหกรรม Industrial Revolution 1750 ทรัพยากรธรรมชาติ และวัตถุดิบ
การบริการ 1980 – 1990 ทรัพยากรมนุษย์ และความรู้
ข้อมูลข่าวสาร Personal Computer 1970Internet 1990

Social Media 2000

มวลชน และความเชื่อ

 

 

ในยุคข้อมูลข่าวสาร (Information Age) หรือยุคคอมพิวเตอร์ (Computer Age) เป็นยุคปัจจุบันที่มีลักษณะของความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบุคคลอย่างอิสระ และสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้โดยทันทีทันใด เป็นการหาผลกำไรจากการจัดการกับข้อมูล ซึ่งเริ่มตั้งแต่การใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) ในปี 1970 ขยายวงกว้างขึ้นโดยใช้ระบบ Internet และก่อตัวเป็นเครือข่ายสังคม (Social Network) ในปี 2000

 

สำหรับข้อมูลข่าวสารนั้นสามารถแบ่งตามเน้นความของข้อมูลได้ดังนี้

-        ข้อเท็จจริง (Fact) คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

-        ข้อมูล (Data) คือ เหตุการณ์ที่ถูกแปลงเป็นข้อมูลที่มีเนื้อหาทั้งหมด และถูกบันทึกอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ

-        ข่าวสาร (Information) เป็นสิ่งที่ได้จากการนำข้อมูลมาเรียบเรียงโดยคัดเอาเฉพาะเนื้อหาต้องการและเกี่ยวข้องกับงานที่ทำ

-        ข่าวกรอง (Intelligent) เมื่อนำข่าวสารทั้งหมดมาพิจารณากลั่นกรอง ตรวจสอบความถูกต้อง มีระดับความเชื่อมั่นของแหล่งที่มา จะได้เป็นข่าวกรอง

-        ความรู้ (Knowledge) เป็นสิ่งที่ได้รับเมื่อมีการเก็บรวบรวมข่าวกรองที่ถูกต้องไว้เป็นหมวดหมู่ และสามารถใช้ในการคาดการสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ จนเกิดเป็นองค์ความรู้ขององค์กร

-        ปรัชญา (Wisdom) เป็นการค้นคว้าหาสิ่งใหม่ ๆ โดยอ้างอิงจากองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมภายในองค์กร

เทคโนโลยีสารสนเทศได้มีบทบาทสำคัญในด้านการทหาร จะเห็นได้จากมีความคิดปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องได้แก่ การข่าวกรอง (Intelligence), การรักษาความปลอดภัยข้อมูลข่าวสาร (Information security), การปฏิบัติการข่าวสาร/ การสงครามข่าวสาร (Information Operations/ Information Warfare), การการสงครามบัญชาการและควบคุม (Command and Control Warfare), และ การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare) เป็นต้น

 

การข่าวกรอง (Intelligence)

                การข่าวกรองเป็นการรวบรวมข่าวสารเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ด้านการทหาร ซึ่งต้องทำทั้งในยามปกติ และยามเกิดความขัดแย้ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหาข่าวซึ่งมีวิธีการและอุปกรณ์ที่หลากหลาย ทั้งจากภาคพื้น ในทะเล หรือภาคอากาศ หากปราศจากการข่าวกรอง การปฏิบัติทางทหารจะไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากก่อนการปฏิบัติใด ๆ จำเป็นจะต้องมีข่าวสารรายละเอียดเกี่ยวกับยุทธวิธี ยุทโธปกรณ์ และแนวทางการใช้งานของข้าศึก ตลอดจนที่ตั้งและจำนวน ซึ่งข้อมูลข่าวสารนี้จะถูกนำไปทำเป็นทำเนียบกำลังรบอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่ (Electronic Order of Battle: EOB) และฐานข้อมูลด้านอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Database) ตลอดจนใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินตกลงใจของผู้บังคับบัญชาในการสงครามบัญชาการและควบคุม (Command and Control Warfare: C2W) อีกด้วย

                วิธีการรวมรวมข่าวกรองสามารถแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะคือ ข่าวกรองทางสัญญาณ (Signals Intelligence: SIGINT), ข่าวกรองทางบุคคล (Human Intelligence: HUMINT) และข่าวกรองทางภาพ (Imagery Intelligence: IMINT)

               

                ข่าวกรองทางสัญญาณ (SIGINT)

เป็นการให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้ในการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW)  ซึ่งประกอบด้วยการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Attack: EA) การป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Protection: EP) และการสนับสนุนทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Support: ES) สามารถแบ่งย่อยได้เป็น ๓ มาตรการย่อย ได้แก่

๑.   ข่าวกรองการสื่อสาร (Communication Intelligent: COMINT) เป็นข่าวกรองที่ได้จากการดักฟังสัญญาณจากข่ายการติดต่อสื่อสารของข้าศึก เช่น วิทยุ, โทรศัพท์ทั้งทางสายและสัญญาณในอากาศ รวมทั้งระบบรับ-ส่งข้อความทางคอมพิวเตอร์และ Internet  ทั้งนี้เนื้อหาที่ได้อาจใช้ประโยชน์ในระดับยุทธศาสตร์ระยะยาว หรือในระดับยุทธวิธีในระยะสั้นได้

๒.   ข่าวกรองอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Intelligence: ELINT) เป็นข่าวกรองที่ได้จากการดักรับสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่ไม่ได้ใช้ในการติดต่อสื่อสารของข้าศึก เช่น สัญญาณเรดาร์ ระบบนำวิถีของอาวุธ ตลอดจนระบบเลเซอร์  โดยทั่วไปแล้ว ELINT ถูกใช้ในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อศึกษาวิธีการทำงาน และคุณสมบัติของเรดาร์ เช่น ความถี่ ความกว้างของ pulse และอัตราการกวาดของเรดาร์ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลหลักที่จะถูกทำไปให้ในการทำ EOB และฐานข้อมูลสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปพัฒนาใช้กับ อุปกรณ์ด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เช่น  Radar Warning Receiver (RWR) หรือตัวรบกวนสัญญาณ (Jammer) รวมทั้งใช้ในการพัฒนาเทคนิคการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ (EA)

๓.   ข่าวกรองทางอัตตลักษณ์และร่องรอย (Measurement and Signatures Intelligence: MASINT) เป็นข่าวกรองที่ได้จากร่องรอยของสัญญาณที่ข้าศึกทิ้งไว้ เมื่อใช้งานยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งจะครอบคลุมย่านความถี่ทั้งหมด และจะเน้นไปในการปล่อยสัญญาณโดยไม่ได้ตั้งใจของเป้าหมาย เช่น ร่องรอยของกำมันตรังสี การแพร่สัญญาณ Electromagnetic Pulse (EMP) คลื่นเสียง (Acoustic)  และการรบกวนของเส้นแม่เหล็กโลก เป็นต้น

การข่าวกรองทางบุคคล (HUMINT)

การข่าวกรองทางบุคคลเป็นข่าวกรองที่มีคุณค่าและมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยใช้วิธีการหาข่าวจากการสัมผัสในพื้นที่ และอุปกรณ์จริง เช่น การสัมภาษณ์กับผู้ปฏิบัติโดยตรง การเข้าไปทดลองการใช้งานอุปกรณ์ที่มาจากกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้มที่เกิดความขัดแย้งกับประเทศเรา กลุ่มบุคคลที่ใช้ในการหาข่าว เช่น นักการทูต นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และพนักงานในบริษัทข้ามชาติต่าง ๆ ตลอดจนสายลับที่ได้รับการฝึกฝนโดยเฉพาะ

การข่าวกรองทางภาพ (IMINT)

การข่าวกรองทางภาพจะครอบคลุมกิจกรรมในวงกว้าง โดยใช้ภาพถ่ายเป็นข้อมูลพื้นฐาน จากการใช้อุปกรณ์หลากหลายในการถ่ายภาพ เช่น กล้องถ่ายรูป SLR ๓๕ มม. กล้องถ่ายรูปดิจิตอล ไปจนถึงระบบถ่ายภาพที่ซับซ้อนของ บ.จรากรรม (U2-S) ติดตั้งกล้องแบบ Long-Range Oblique Photography Systems (LOROPS) ไปจนถึงการใช้ดาวเทียมถ่ายภาพความระเอียดสูง และในปัจจุบันการหาภาพถ่ายจากแหล่งข้อมูล Internet  ทั้งนี้เทคโนโลยีการถ่ายภาพได้ขยายไปสู่  EO spectrum รวมถึง ภาพถ่ายจากเรดาร์ (Synthetic Aperture Radar: SAR), ภาพถ่ายจากคลื่น Infrared (IR) และ Ultraviolet (UV)

 

การรักษาความปลอดภัยข่าวสาร (Information Security)

                ข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่มีค่า มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นขององค์กรในการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นองค์กรราชการ และองค์กรพลเรือน หรือประชาชนทั่วไป หากสูญเสียความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลจะทำให้คู่ธุรกิจเกิดความไม่มั่นใจในการทำกิจกรรมร่วมกันได้ และจะทำให้เกิดความเสียหายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารมีอยู่ ๓ ประเด็น คือ การรักษาความลับ (Confidential), การรักษาสภาพ (Integrity), และความเชื่อมั่นในการใช้งาน (Accountability)

-        การรักษาความลับ หมายถึง การที่ไม่ทำให้เนื้อหาของข่าวสารถูกเปิดเผยไปสู่บุคคลภายนอก มากกว่าความต้องการขององค์กร

-        การรักษาสภาพ หมายถึง การรักษาสภาพของเนื้อหา และสื่อกลางที่บรรจุเนื้อหาของข่าวสารไม่ให้ถูกเปลี่ยนแปลง หรือทำลาย

-        ความเชื่อมั่นในการใช้งาน หมายถึง ต้องมีระบบตรวจสอบในความรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารให้เกิดความมั่นใจในการใช้งาน และสามารถนำไปใช้ในการลดโอกาสที่จะเกิดการละเมิดต่อไปในอนาคต

 

สำหรับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลข่าวสาร มี ๓ มาตรการหลัก ได้แก่ การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Security), การรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ (Computer Security), และการกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์ (Rule and Regulation) ทั้งนี้มาตรการต่าง ๆ จะสำเร็จได้ต้องได้รับการสนับสนุนและการเห็นคุณค่าจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงภายในองค์กร

 

การปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations: IO)

                การปฏิบัติการข่าวสาร หรือ IO เป็นกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อระบบข้อมูลข่าวสารของข้าศึก และในเวลาเดียวกันต้องป้องกันระบบข้อมูลข่าวสารของตนเองด้วย โดยการใช้ขีดความสามารถ และกิจกรรมในด้านต่าง ๆ ขององค์กรมาผสมผสานกัน เช่น การรักษาความปลอดภัยของข่าวสาร การสงครามบัญชาการและควบคุม การกิจการพลเรือน การปฏิบัติการจิตวิทยา การข่าวกรอง/การต่อต้านการข่าวกรอง การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น เพื่อให้เกิดความเหนือกว่าในด้านข้อมูลข่าวสาร (Information Superiority)

                “ความเหนือกว่าด้านข้อมูลข่าวสาร เป็นขีดความสามารถในการรวบรวม ประมวลผล และแยกแยะ ในการถ่ายเทไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารของข้าศึกโดยไม่ถูกรบกวนขณะที่ค้นหา หรือทำลายขีดความสามารถนี้ของข้าศึก

สามารถแบ่งออกเป็นการปฏิบัติการเชิงรุก และการปฏิบัติการเชิงรับ

                การปฏิบัติการข่าวสารเชิงรุก (Offensive IO) เป็นการรวมการใช้งานและการสนับสนุนในขีดความสามารถ และกิจกรรมต่าง ๆ ในการสร้างผลกระทบให้เกิดกับกระบวนการในการตัดสินใจของข้าศึก และสร้างประเด็นให้เบี่ยงเบนสนใจของข้าศึก

                การปฏิบัติการข่าวสารเชิงรับ (Defensive IO) เป็นการรวบรวม และประสานสอดคล้องของนโยบาย ระเบียบ กฎเกณฑ์ การปฏิบัติการ บุคลากร และเทคโนโลยีในการป้องกันระบบข้องมูลข่าวสารของฝ่ายเรา

 

การสงครามข่าวสาร (Information Warfare: IW)

 

                จากภาพความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติการด้านข่าวสาร กันห้วงเวลาในความขัดแย้งเห็นได้ว่าการสงครามข่าวสารจะเริ่มเมื่อเกิดความขัดแย้งและเริ่มในการใช้กำลังทางทหารแล้ว โดยจะเป็นการเน้นการหาโอกาส และจุดอ่อน ตลอดจนการพึ่งพิงระบบข้อมูลข่าวสาร ทั้งของข้าศึกและฝ่ายเรา

การสงครามบัญชาการและควบคุม (Command and Control Warfare: C2W)

                C2W เป็นการประยุกต์ใช้งานของ Information Warfare ในการปฏิบัติการทางทหาร โดยใช้เทคนิคและเทคโนโลยีต่างๆ ในการโจมตีหรือป้องกันกลุ่มเป้าหมายพิเศษโดยเฉาพะอย่างยิ่งระบบบัญชาการและควบคุม (C2 System) C2W มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันข้อมูลข่าวสารไม่ให้ไปสู่ฝ่ายข้าศึก เพื่อขัดขวางขีดความสามารถทางด้านการบัญชาการและควบคุม ในเวลาเดียวกันต้องระมัดระวัง ป้องกันขีดความสามารถในการบัญชาการและควบคุมของตนและฝ่ายเดียวกัน

                จากแนวความคิดของ Boyd ชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจนั้นเกิดขึ้นซ้ำ ๆ กันเป็นวงรอบของ การสังเกต (Observe) – การทำความเข้าใจ (Orient) – การตัดสินใจ (Decision) – การปฏิบัติ (Act) โดยองค์กรต้องทำวงรอบนี้ให้รวดเร็ว สังเกตและสนองตอบต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้เร็วกว่าข้าศึก และสามารถเข้าไปสร้างปัญหาและสร้างความได้เปรียบภายในวงรอบการตัดสินใจของข้าศึก ดังนั้นการรบหรือการดำเนินธุรกิจใด ๆ จะต้องมีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างระบบบัญชาการและความคุม ซึ่งก่อให้เกิดการสงครามบัญชาการและควบคุม (Command and Control Warfare: C2W) ที่มุ่งจะทำลายวงรอบในการตัดสินใจของข้าศึกและป้องกันของตนเองให้ดำรงขีดความสามารถอย่างเต็มที่

 

                องค์ประกอบของ C2W

๑.   การรักษาความปลอดภัยการปฏิบัติการ (Operations Security: OPSEC)

๒.   การลวงทางทหาร (Military Deception)

๓.   การปฏิบัติการจิตวิทยา (Psychological Operations: PSYOP)

๔.   การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare: EW)

๕.   การทำลายทางกายภาพ (Physical Destruction)

 

การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare: EW)

การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ คือ กิจกรรมต่างๆ ทางทหารที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานทางแม่เหล็กไฟฟ้า Electromagnetic เพื่อการควบคุมการย่านความถี่ (Electromagnetic Spectrum) หรือเพื่อโจมตีข้าศึก

สำหรับการปฏิบัติการทางทหารมีการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิเล็กทรอนิกส์อยู่ ๓ ปฏิบัติการ ได้แก่ การสงครามบัญชาการและควบคุม (Command and Control Warfare: C2W), การกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศของข้าศึก (Suppression of Enemy Air Defences: SEAD) และการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare: EW) ซึ่งสามารถแสดงความสัมพันธ์กันได้

About these ads